สมุนไพรกำจัดมด

ที่มาและความสำคัญ
         มดเป็นแมลงหลายชนิดที่สร้างความรำคาญและเกิดความเสียหายให้แก่ มนุษย์ สัตย์  พืชมดบางชนิดมีพิษเช่น มดคันไฟ  มดตะนอย  มดลิ้นงูเห่า  เรามักจะพบมดได้ตามบ้านเรือน ตามซอกต้นไม้ ตามดินที่ไม่ชื้นใต้ใบไม้มาหล่นทับกันและพบโดยทั่วไป  ดั้งนั้นเราจึงต้องหาวิธีกำจัดมด  โดยไม่ต้องใช้สารเคมีที่มีอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมและร่างกายของคน สัตว์และพืชจากการศึกษาและประสบการณ์จริงเราพบว่า ผลพริกมีความเผ็ดร้อน  แก้ลมจุกเสียด  แก้ท้องอืดเฟ้อ   ช่วยเจริญอาหาร ขับผายลมเราคิดว่าความเผ็ดร้อนของพริกน่าจะกำจัดมดได้และในชีวิตประจำวันทั่วไปได้นำสบู่กรดมากำจัด หมัด  เห็บ และยังใช้ขัดภาชนะให้เงางามได้อีกด้วย   เพราะสารจากสบู่
  เพราะสารจากสบู่กรดกัดกร่อนให้เงางามยิ่งขึ้น  จากการศึกษาค้นคว้าจากหนังสือต่างๆพบว่ากระชายสามารถแก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ  จุกเสียดและโรคบิด เหง้ากระชายมีรสเผ็ดสามารถนำไปทำอาหาร และผิวมะกรูดเป็นได้ทั้งเครื่องเทศและสมุนไพร  น้ำในผลช่วยเจริญอาหาร  ใช้ปรุงแต่งกลิ่นอาหาร  ใช้ปรุงยา ใช้ดับกลิ่นของอาหาร  ผิวมีต่อมน้ำมันรสปร่าหอมร้อน  ในการทดลองหาสารกำจัดมดครั้งนี้คณะของเราจึงเลือกใช้พริกขี้หนูเป็นสารกำจัดมดและผิวมะกรูดเข้ามาช่วยในการกำจัดมดด้วย
ชื่อผู้จัดทำ 
  1. ชื่อ  น.ส.  ธิดารัตน์  นนท์ศิริ             ห้อง    5     เลขที่ 27
  2. ชื่อ น.ส. ยุวพา  พุ่มจันทร์                ห้อง    5     เลขที่ 18
  3. ชื่อ น.ส. พิมพ์ชนก  พันธ์เสาร์          ห้อง    5     เลขที่ 31
  4. ชื่อ น.ส. อมรรัตน์  ไชยรินทร์            ห้อง   5     เลขที่ 32
  5. ชื่อ น.ส. ภัทรพร  ดุจดา                   ห้อง   5     เลขที่ 36
  6. ชื่อ น.ส. มณีรัตน์   เสาหิน                ห้อง   5     เลขที่ 17
  7. ชื่อ น.ส. สุพัตรา  เท่าสาร                 ห้อง    5    เลขที่ 39
  8. ชื่อ น.ส. นาถติยา  ศิลาโชติ             ห้อง    5    เลขที่ 34
ผลที่คาดว่าจะได้รับ   
  -  สามารถนำผลงานที่ได้มากำจัดมดได้จริงๆ  และสามารถนำไปจำหน่ายได้
วัสดุอุปกรณ์

1.เครื่องชั่ง   1    อัน
2.บีกเกอร์ ขนาด 100 ลบ.ซม.
3.ครก  1 ชุด
4. กระชอน  1 อัน
5. ช้อน  1 คัน
6. พริกขี้หนู  10  กรัม
7. ผิวมะกรูด  10  กรัม
8.น้ำ  210 กรัม
9. มดจำนวนหนึ่ง
10. กระบอกฉีด  1 อัน

พริก

พริก พืชผักสมุนไพรมากประโยชน์

       พริกเป็นพืชผักรับประทานผลที่ใช้บริโภคกันทั่วไป และเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก เชื่อกันว่าพริกที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกา โดยประเทศเม็กซิโก เป็นศูนย์กำเนิดพริกของโลก ต่อมานักสำรวจเส้นทางเดินเรือและการค้าชาวโปรตุเกสและสเปน ได้นำพันธุ์พริกจากอเมริกาใต้มาเผยแพร่ยังเอเชีย เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 16 การกระจายพันธุ์ ทางภูมิศาสตร์ของพริกคลอบคลุมไปหลายทวีป รวมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย พริกเผ็ด  มีสารแคปซายซิน ที่ทำให้พริกมี รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริญอาหาร ทำให้ร่างกายคลั่งน้ำลายและเอนไซม์ที่ย่อยแป้งในน้ำลายเพิ่มมากขึ้น การย่อยแป้งที่ปากมากขึ้นจึงทำให้รสอาหารดี แต่ไม่ควรกินพริกมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้กระเพาะอักเสบ ลำไส้อักเสบท้องเสียและอาเจียนได้ ประโยชน์ของพริกในการเป็นสมุนไพรรักษาโรค

         พริกเผ็ดมีสรรพคุณคือ  ผลพริก(เม็ดพริก)รสเผ็ดร้อน รับประทานแล้วทำให้ร้อน ทำให้โลหิตไหลเวียนดี เจริญอาหาร ช่วยย่อย ขับลม ขับเหงื่อ ขับเสมหะ แก้ปวดท้อง   แก้อาเจียน แก้โรคบิด แก้โรคท้องเสีย รักษาแผลที่เกิดจากกระทบความเย็นจัด

รากพริก  แก้โรคแขนขาไม่มีกำลัง ไตและอัณฑะบวม มดลูกมีเลือดออก

พริกตั้งต้นมีรสฉุน ร้อน แก้โรคเหน็บชาที่เกิดจากอาการร้อนจัด เลือดคลั่ง  ปวดข้อและรักษาแผลที่เกิดจากการกระทบความเย็นจัด

มะกรูด

ส้มกรูด,ส้มมั่วผี(ใต้),มะหูด(หนองคาย)

                       เป็นได้ทั้งพืชเครื่องและเทศสมุนไพร     ใช้เป็นยาหรือส่วนผสมของยาต่างๆ  คือ    น้ำในผลแก้อาการท้องอืด   ช่วยให้เจริญอาหาร   น้ำมะกรูดใช้ดองยาเพื่อใช้ฟอกเลือดและบำรุง    โลหิตสตรี

                       มะกรูดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง  กิ่งก้านมีหนามโตแหลมยาว   ใบหนาแข็ง  มีต่อมน้ำมันหอม  ขอบข้างเว้าแหลมลึก   ดูเหมือนมีสองใบต่อกัน    ดอกเล็กกลีบหนาสีขาว  ผลกลมมีจุก   เปลือกฉ่ำน้ำมีต่อมน้ำมันมาก  ขรุขระ   เนื้อในเหมือนมะนาว   เมล็ดแบนรูปหยดน้ำ    ปลูกไว้ปรุงอาหาร   ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดมะกรูดเป็นทั้งเครื่องเทศและสมุนไพร

สรรพคุณ

ใบ  :   รสปร่าหอม   แก้ไอ   แก้อาเจียนเป็นโลหิต   แก้ช้ำในดับกลิ่นคาว

ผิวลูก  :  รสปร่าหอมร้อน  ขับลมในลำไส้    ขับระดู   ขับผายลม

ลูก :  รสเปรี้ยว   กัดเสมหะในคอ  แก้น้ำลายเหนียว   กัดเถาดานในท้อง   แก้ระดูเสีย   ฟอกโลหิตระดูขับระดู   ขับลมในลำไส้  เอาไส้ออกมาใส่มหาหิงค์แทน สุมนไพรให้เกรียม  บดกวาดลิ้นเด็กอ่อน ขับขี้เทา ขับลมแก้ปวดท้อง   ปิ้งไฟให้สุกผ่าครึ่งลูกเอาถูฟอกสระผม  ทำให้ผลดกดำเป็นเงางาม  นิ่มสลวย  แก้คันศีรษะ   แก้รังแค

น้ำในลูก  :  รสเปรี้ยว  แก้เสมหะในคอ  ฟอกโลหิตระดู   ขับลมในลำไส้

ราก  :  รสจืดเย็น  แก้ไข้  แก้กำเดา  ถอนพิษผิดสำแดง    แก้ลมจุกเสียดกระทุ้งพิษไข้  แก้พิษฝีในภายใน  แก้เสมหะเป็นโทษ 

ขั้นตอนและวิธีการทำ

1.นำพริก 10 กรัมที่ชั่งไว้  มาโขลก รวมกับผิวมะกรูด  10 กรัมที่ชั่งไว้ ให้ละเอียด

2. เมื่อโขลกละเอียดแล้วเติมน้ำเปล่า 30 ลบ.ซม

3. นำสารละลายที่ได้มากรองแยกกากทิ้ง

4. นำสารละลายที่ได้มาบรรจุลงกระบอกฉีด

การทดลอง

     1.  นำมดที่เตรียมไว้มาปล่อยในสถานที่ที่เตรียมไว้

   2.นำสารละลายที่บรรจุลงกระบอกฉีดแล้วมาฉีดบริเวณที่มีมดอาศัยอยู่

สรุปผลการทดลอง
     เมื่อนำสารละลายไปฉีดบริเวณที่มีมดอาศัยอยู่ปรากฏว่ามดที่อาศัยอยู่บริเวณนั้นตายหมดทุกตัว