โครงงานการสถานที่ท่องเที่ยว สร้อยสวรรค์

  เหตุผลที่เลือกทำโครงงานนี้

- เพื่อสำรวจทรัพยากรธรรมชาติของน้ำตกสร้อยสวรรค์ และ รู้ประวัติความเป็นมาของน้ำตกสร้อยสวรรค์ และเพื่อให้ทุกคนได้รู้ถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี

จุดประสงค์ในการทำโครงงานนี้

-เพื่อสำรวจธรรมชาติ
-
เพื่อสำรวจประวัติของน้ำตกสร้อยสวรรค์

-เพื่อให้ทุกคนรู้จักประวัติและความสวยงามของน้ำตกสร้อยสวรรค์
-เพื่อเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของจังหวังอุบลราชธานี

ลที่คาดว่าจะได้รับ
-ได้ประสบการณ์ที่ดี
-ได้รู้ประวัติความเป็นมาของน้ำตกสร้อยสวรรค์
-ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
-ได้ศึกษาเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง
-ได้ความสนุกสนานและความประทับใจ

ความสำคัญของโครงงานนี้

  อยากให้ทุกคนได้รู้ถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดอุบลราชธานี และ ความสวยงามของน้ำตกที่อยากให้คนได้รู้และเห็นสวยงามของธรรมชาติ
สมาชิกกลุ่ม
 

ลำดับ

ชื่อ -สกุล

ชั้น

เลขที่

1

ราชันย์ จูมทอง

.4/1

2

2

พรพิมล ผลจันทร์

.4/1

12

3

กัลยาณี ทองเทพ

.4/1

17

4

วลัยพรรณ สีดา

.4/1

18

5

อรวรรณ คำสุขใส

.4/1

21

6

วนิดา ดวงแก้ว

.4/1

30

7

วิไลวรรณ คำสอน

.4/1

32

ที่ตั้ง

บ้านหนองผือ ต.นาโพธิ์กลาง  อ.โขงเจียม น้ำตกสร้อยสวรรค์เป็นน้ำตกผาขนานใหญ่อยู่ในอุทยานแห่งชาติ น้ำตกมีสองสายไหลมาบรรจบกัน มองดูคล้ายสายสร้อย หากไปเที่ยวในช่วงปลายฝนต้นหนาว

บริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยต้มไม้ ดอกไม้นานาพรรณเกิดจากลำธาร  2  สาย คือ ห้วยสร้อยและห้วยไผ่ ( ลำธารสร้อยและแซไผ่ ) ไหลจากหน้าผาคนละด้านมาบรรจบกัน ห้วยไผ่ไหลมาจากหน้าผาตัดชัน  90  องศา  สูงราว  50-60 เมตร ส่วนห้วยสร้อยไหลมาจากทางทิศใต้แล้วเทลาลงมาตามช่องเขาที่เป็นหน้าผากว้างราว  30  เมตร  มี 2  ชั้น

โดยน้ำมีจะไหลลงมารวมกันตอนปลาย  (มองดูคล้ายสายสร้อยที่แขวนอยู่ในคอ)  ก่อนที่จะไหลลงสู่ลำน้ำโขงน้ำตกสวยที่สุดในช่วง  ( เดือน กันยายน  -  เดือน  กุมภาพันธ์ )จะได้ชมดอกไม้ที่ขึ้นชมดอกไม้ที่ขึ้นอยู่ตามผลาญหินผลิตดอกบ่งบานอวดความงามหลากหลายสีสันน้ำตกสร้อยสวรรค์ มีน้ำไหลตลอดทั้งปีมีแอ่งน้ำที่สามารถลงเล่นน้ำได้

การเดินทาง

น้ำตกสร้อยสวรรค์อยู่ห่างจากตัวเมืองไปทาง อำเภอเมืองโขงเจียม  ระยะทางประมาณ  80  กิโลเมตร  ตัวเดินทางไปตามเส้นทางยทธศาสตร์  สายโขงเจียม  -  เข็มราฐ  ทางหลวงหมายเลข  212  จนถึง กิโลที่   30 ก่อนถึงน้ำตกแสงจันทร์แล้วเรียวเข้าไปประมาณ  5 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกสร้อยสวรรค์ ถึงน้ำตกแล้วทางเข้าทางด้านขวามือจะมีซุมประตูเข้าเดินเข้าไปอีกหน่อยก็จะมีทางด้านซ้ายมือจะมีลานจอดรถและออกมาเดิน

  ตรงไปจะมีด่านเก็บค่าเข้าชมการท่องเที่ยวการเดินทางเดินต่อไปอีกประมาณ  1 กิโลเมตร  ก็จะถึงทางลงน้ำตกสร้อยสวรรค์ในสมัยก่อนมีความเชื่อกันว่าก่อนลงไปชมน้ำตกสร้อยสวรรค์ต้องหาทอนไม้ไปด้วยเพื่อนำมาค้ำตามโขนหินเพื่อเป็นสิริมงคลแก่ผู้เข้าชมน้ำตกสร้อยสวรรค์การลงไปน้ำตกนั้นต้องระมัดระวะในการเดินลงเพราะทางเดินลงมันเป็นทางหน้าฝนมันจะลื่นพอถึงชั้นแรกแล้วเป็นชั้นที่ใช้ในการเล่นน้ำของนักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมเดินต่อไปอีกจะเห็นชั้นที่สองของน้ำตกจะมีน้ำไหลตกลงมาเป็นเหมือนสายสร้อยลงมา พอถึงชั้น บนของน้ำตกสร้อยสวรรค์จะมีทุงดอกไม้นานาพรรณ ตัวอย่างเช่น ดุสิตา  สร้อยสุวรรณา  พิทเกสร  มณีเทวาเป็นจุดเล่นน้ำเป็นบริเวณที่นักท่องเที่ยวมายังน้ำตกสร้อยสวรรค์ซึ่งนับว่าเป็นจุดที่น่าสนใจอีก บริเวณหนึ่งของน้ำตกสร้อยสวรรค์

          ทางขึ้นไปน้ำตกชั้นบนของน้ำตกสร้อยสวรรค์ซึ่งจะมีโขดหินหลายชั้นก็มีน้ำตกไหลผ่านมาบ้าง  เพื่อจะได้ให้นักท่องเที่ยวได้เล่นน้ำไปบ้างก่อนจะถึงชั้นบนของน้ำตก ก็ควรระมัดระวังในการเดินทางเพราะระหว่างการเดินทางอาจมีอันตรายบ้างและไม่ควรให้เด็กเดินคนเดียวเพราะอาจหลงทางและอาจลื่นล้มเป็นอันตรายต่อเด็กเพราะฉะนั้นควรไปเป็นกลุ่มและควรมีผู้ใหญ่นำทางไปด้วยและไม่ควรหยอกล้อกันระหว่างการเดินทางไปน้ำตกชั้นที่  1-2  เพราะจะไม่เป็นอันตรายต่อทุกๆคน

-

        จุดชมความสวยงามอีกจุดหนึ่งเช่นกันถ้าอยากเล่นน้ำตก ให้เดินลงสู้หุบเขาเบื้องล่างหน้าน้ำตกมีแอ่งน้ำใสสะอาดอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นของต้นไม้ใหญ่ ลงเล่นน้ำได้อย่างสนุกสนาน และเป็นอีกมุมหนึ่งที่ถ่ายภาพได้สวยงามและเป็นที่พักผ่อนสำหรับผู้ที่ไม่ชอบเล่นน้ำและเป็นมุมที่มีความสวยงามและน่าจับตามองเช่น  ตอนใกล้ค่ำเป็นบรรยากาศที่น่าถ่ายรูป  และอากาศที่ดีอากาศบริสุทธิ์ และ เป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีก มุมหนึ่ง 

         ของที่ระลึกไว้สำหรับซื้อไปประดับบ้านและเป็นของขวัญชิ้นเล็กๆให้ในโอกาสต่างๆและเป็นงานฝีมือที่สร้างรายได้ให้กับของชาวบ้านหนองผือ   เป็นของที่ให้รู้ว่ามาเที่ยวน้ำตกสร้อยสวรรค์และทำให้รู้สึกถึงความสนุกสนานและบรรยากาศดีๆที่เราเคยไปสัมผัสมาและเป็นความทรงจำที่ดีๆตลอดมาและการมาท่องเที่ยวในครั้งหนึ่งจะได้ประสบการณ์และได้ของที่ระลึกติดไม้ติดมือเป็นของฝากกลับเพื่อนๆและสารมารถเล่าต่อไปได้อีกว่าประเทศไทยมีที่ท่องเที่ยวสวยงามอีกแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี